วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2562

นิทรรศการ From Monet to Kandinsky


โดย: สุริยะ ฉายะเจริญ


นิทรรศการ FROM MONET TO KANDINSKY คือการแสดงภาพ Digital ผลงานจิตรกรรมตะวันตกระดับ Masterpieces ที่สำคัญในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติรูปแบบและกระบวนวิธีสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนหน้านั้น

 

นิทรรศการนี้เป็นการแสดง File ภาพ Digital ที่ฉายด้วยเครื่อง Projector เข้าผนังและเสาในทุกด้านของห้องจัดแสดงท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมทั้งหมด ด้วยแนวทางการนำเสนอแบบ VISUAL MULTIMEDIA PROJECTS ทำให้แสงจากเครื่องฉายแสดงภาพจิตรกรรมของศิลปินระดับโลกที่เป็นตำนานแห่งวงการศิลปะสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโคลด โมเนต์ (Claude Monet) เอ็ดการ์ เดอกาส์ (Edgar Degas) พอล โกแก็ง (Paul Gaugin) อ็องรี รูสโซ (Henri Rousseau) อ็องรี ตูลูส-โลเทร็ค (Henri Toulouse-Lautrec) กุสตาฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) พอล ซีญัค (Paul Signac) ปีด โมนดรียาน (Piet Mondrian) อเมเดโอ โมดิกลิอานี (Amedeo Modigliani) วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) ปิแอร์ ออกัสต์ เรอนัวร์ (Pierre August Renoir) ฮวน กรี (Juan Gris) พอล เคล (Paul Klee) เอ็ดเวิร์ด มุงค์ (Edvard Munch) คาซิมีร์ มาเลวิช (Kazimir Malevich) และวาซิลี คันดินสกี (Wassily Kandinsky) 

 

 ภาพทั้งหมดไม่ได้เป็นการฉายภาพนิ่งของผลงานเท่านั้น หากแต่ยังมีการปรับให้เกิดความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันตามการตีความแต่ละภาพประกอบกับเสียงบรรเลงที่คลอไปกับการฉายภาพรอบทิศทาง ภาพเคลื่อนไหวสลับกับภาพนิ่งที่ปรากฏสู่ผู้ชมจึงเป็นภาพที่ถูกตีความโดยผู้สร้างขึ้นใหม่ ภาพจิตรกรรมที่หยุดนิ่งของศิลปินในตำนานจึงมีชีวิตขึ้นใหม่ในรูปแบบใหม่ที่ต่างจากมุมมองเดิมบ้าง ซึ่งส่วนของดนตรียิ่งช่วยให้ผู้ชมได้รับอรรถรสไปอีกแบบหนึ่ง

 

ผู้ชมหลายท่านมักจะนั่งบนเก้าอี้หรือนั่งพื้นเพื่อชมภาพที่เคลื่อนไหวคล้ายชมภาพยนตร์ แต่หากได้เดินชมและค่อยๆ มองไปรอบๆ อย่างช้าๆ จะให้อารมณ์และความรู้สึกไปอีกอย่างหนึ่ง เป็นเสมือนว่าเรากำลังถูกแสงและสีของภาพต้นแบบที่ถูกตีความหมายรายรอบและเรากำลังเข้าไปสู่ในโลกของภาพๆ นั้น
 

 หากเทียบกับการได้ชมผลงานจิตรกรรมระดับโลกเหล่านี้จากของแท้ในต่างประเทศ ก็อาจจะเทียบกับภาพ Digital ที่นำมาแสดงให้ชมไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรผลงานจริงย่อมทำให้เราเข้าถึงสุนทรียรสของผลงานได้มากกว่า หรือถ้าจะสมมุติว่าผลงานจริงแท้เหล่านั้นถูกยืมมาแสดงในประเทศของเรา ก็คงเป็นเรื่องที่ยากด้วยจำนวนค่าใช้จ่ายมหาศาล เพราะฉะนั้น นิทรรศการนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดพื้นที่ให้กับผู้คนที่สนใจศิลปะได้เข้ามาชมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจไปต่อยอดในการศึกษาหรือสร้างสรรค์เพิ่มเติมต่อไปในอนาคตได้อย่างน่าสนใจ เพราะการผสมผสานระหว่างผลงานในยุคก่อนที่เป็นภาพนิ่ง แล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ผสมผสานกับดนตรี ก็ให้อารมณ์ความรู้สึกเฉพาะของแต่ละคนได้ไม่ยาก และอาจจะเป็นความบันเทิงไปอีกรูปแบบหนึ่งด้วยซ้ำ

 
อีกประการก็คือ เป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้คนที่ไม่อาจมีกำลังทรัพย์ที่สามารถไปชมผลงานจริงในต่างประเทศได้ดูได้ชมให้ชุ่มชื่นใจได้ แม้ว่าอาจเทียบกับความยิ่งใหญ่ของผลงานจริงๆ ชิ้นจริงๆ ไม่ได้ แต่ก็น่าชื่นชมที่จะมีงานเช่นนี้ในบ้านเราให้ได้ชมกัน
 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากคิดเสียว่านิทรรศการนี้ได้ใช้ศิลปะมาเป็นตัวเชื่อมร้อยกับสื่อสมัยใหม่ให้เกิดความสวยงามและความบันเทิงใจแล้ว ก็ย่อมควรไปดูไปชมกันก็ไม่เสียหายอะไร แต่สำหรับคนที่อาจจะเคยไปดูผลงานจริงในต่างประเทศแล้ว ก็อาจจะรู้สึกว่ายังไม่สามารถถ่ายทอดสุนทรียรสได้อย่างเต็มอิ่มนัก (ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง) แต่ข้อดีก็คือ นิทรรศการนี้ได้ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เริ่มรับรู้และสัมผัสกับงานศิลปะในศตวรรษก่อนที่สำคัญของโลกได้อย่างง่ายๆ เพื่อจุดประกายต่อยอดไปสู่การศึกษาและการสนทนาในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และอาจนำไปสู่ความรู้และการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้ในอนาคต


 

นิทรรศการ From Monet to Kandinsky ให้ชม ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน - 16 มิถุนายน เวลา 10.00 – 22.00 น. ที่ RCB Galleries ชั้น 2 ของ River City Bangkok กรุงเทพฯ มีค่าเข้าชม บัตรราคา 350 บาท และ เด็กราคา 250 บาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น