สุริยะ
ฉายะเจริญ, ปร.ด.
(ทัศนศิลป์และการออกแบบ), ศ.ม.
(ทฤษฎีศิลป์), ศ.บ. เกียรตินิยมอันดับ 2 (จิตรกรรม)
กระบวนทัศน์ในทัศนศิลป์ร่วมสมัย หมายถึง ชุดกรอบแนวคิด ทฤษฎี และวิธีวิทยาที่ใช้ในการอธิบาย วิเคราะห์ วิพากษ์ และสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี และโลกาภิวัตน์ กระบวนทัศน์ในกรณีนี้ จึงหมายถึงกรอบแนวคิดที่กำหนดได้หลายประเด็นที่ครอบคลุม ดังนี้
-
ศิลปะคืออะไร
-
ศิลปินมีบทบาทอย่างไร
-
อะไรคือคุณค่าของงานศิลปะ
-
วิธีการสร้างสรรค์เป็นอย่างไร
-
การตีความงานศิลปะควรเป็นอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงจากกรอบความคิดทัศนศิลป์ร่วมสมัยที่มีแต่เดิมไปสู่กรอบความคิดใหม่ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งส่งผลต่อวิธีคิดและการสร้างสรรค์ทางศิลปะ ซึ่งลักษณะของกระบวนทัศน์ในทัศนศิลป์ร่วมสมัยตั้งแต่ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีพลวัตเสมอ ทัศนศิลป์ร่วมสมัยได้เปลี่ยนผ่านจากแนวคิดสมัยใหม่ (Modernism) ไปสู่กรอบคิดใหม่ที่มีลักษณะสำคัญหลายประการ ดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบ (Form) สู่แนวคิด (Concept)
ในอดีตคุณค่าของศิลปะมักอยู่ที่ความงาม/สุนทรียภาพ เทคนิค และองค์ประกอบทางศิลปะที่สอดคล้องลงตัว แต่ในทัศนศิลป์ร่วมสมัยให้ความสำคัญกับแนวความคิดมากกว่ารูปแบบทางกายภาพที่ปรากฏ หรือแม้แต่การให้คุณลักษณะของผลงานที่เน้นในด้านการส่งเสริมให้ผู้ชมเกิดการคิดและตีความผลงานที่ปรากฏ ตัวอย่างสำคัญ เช่น ผลงานชื่อ One and Three Chairs ของ Joseph Kosuth ตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายของ "เก้าอี้" ผ่านวัตถุจริง ภาพถ่าย และคำจำกัดความในพจนานุกรม แสดงให้เห็นว่าศิลปะอาจเป็นการตั้งคำถามเชิงปรัชญามากกว่าการสร้างความงาม ซึ่งผลงานเป็นวัตถุของการตั้งคำถามและการสนทนาทางความคิดที่สามารถสร้างข้อถกเถียงและต่อยอดได้ และไม่จำเป็นต้องเป็นข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่ง
2. การเปลี่ยนแปลงจากวัตถุศิลปะสู่กระบวนการและประสบการณ์
งานทัศนศิลป์ร่วมสมัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ แต่รวมถึงกิจกรรม การปฏิบัติการ และประสบการณ์ร่วมที่มีด้วยกันในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ตัวอย่างสำคัญ เช่น ผลงาน Performance ชื่อ The Artist Is Present ของ Marina Abramović แสดงให้เห็นว่า ผู้ชมไม่ได้เพียงมองผลงาน แต่ก้าวเข้ามาสู่อาณาบริเวณของปฏิบัติการทางศิลปะ ทำให้ผู้ชมที่เป็นเพียงผู้เฝ้ามอง เปลี่ยนสถานะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางศิลปะ/ อีกนัยหนึ่ง ผู้ชมเป็นผู้ร่วมปฏิบัติการทางศิลปะเพื่อให้งานศิลปะมีความสมบูรณ์มากขึ้น
ที่มา: https://www.moma.org/audio/playlist/243/3133
3. การเปลี่ยนแปลงจากความเป็นสากลสู่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
งานทัศนศิลป์ร่วมสมัยเปิดพื้นที่ให้กับอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ชาติพันธุ์ เพศสภาพ และวัฒนธรรมที่เคยถูกมองข้าม ในกรณีนี้ Yayoi Kusama และ El Anatsui เป็นตัวอย่างของศิลปินร่วมสมัยที่นำรากฐานทางวัฒนธรรมและประสบการณ์เฉพาะของตนมาสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกได้
ผลงานของทั้งสองแสดงให้เห็นว่า
ความเป็นสากลในศิลปะไม่ได้เกิดจากการละทิ้งอัตลักษณ์ท้องถิ่น
แต่เกิดจากการนำบริบททางวัฒนธรรมของตนเองมาสร้างความหมายที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ร่วมของมนุษยชาติ
Yayoi Kusama ใช้ประสบการณ์ส่วนตัว ความเชื่อ และบริบททางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ถ่ายทอดผ่านสัญลักษณ์ของจุด (Polka Dots) และพื้นที่ไร้ขอบเขต เพื่อสะท้อนประเด็นสากลเกี่ยวกับตัวตน ความโดดเดี่ยว และการดำรงอยู่ของมนุษย์ เช่น ผลงานชื่อ Infinity Mirror Rooms ใช้กระจก แสงไฟ และจุดจำนวนมหาศาลสร้างพื้นที่ที่ดูไร้ขอบเขต สะท้อนแนวคิดเรื่องความไม่มีที่สิ้นสุด (Infinity) ซึ่งเชื่อมโยงทั้งกับปรัชญาตะวันออกและการตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์
ส่วนกรณีของ El Anatsui เป็นศิลปินที่นำวัสดุเหลือใช้และประวัติศาสตร์แอฟริกามาสร้างผลงานที่เชื่อมโยงกับประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ การล่าอาณานิคม การบริโภค และโลกาภิวัตน์ เช่น ผลงานชื่อ Old Man's Cloth (2003)ที่ผลงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ สะท้อนอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ของทวีปแอฟริกาได้อย่างโดดเด่นด้วยการนำฝาขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเศษโลหะจากบรรจุภัณฑ์ที่ถูกใช้แล้ว มาทุบให้แบนและร้อยเชื่อมต่อกันด้วยลวดทองแดงจนเกิดเป็นผืนโลหะขนาดมหึมาที่มีลักษณะคล้ายผ้าทอแบบดั้งเดิมของแอฟริกาตะวันตก
ผลงานชิ้นนี้เป็นการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างสรรค์ใหม่และยังเชื่อมโยงไปถึงประวัติศาสตร์การค้า การล่าอาณานิคม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างแอฟริกากับโลกตะวันตก ผ่านสัญลักษณ์ของขวดสุราและเครือข่ายการค้าข้ามทวีป ในกรณีนี้ ส่งผลให้ Old Man's Cloth กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของศิลปะร่วมสมัยที่สามารถเชื่อมโยงบริบทท้องถิ่นของแอฟริกาเข้ากับประเด็นสากลเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และโลกาภิวัตน์ได้อย่างทรงพลัง
ที่มา: https://smarthistory.org/el-anatsui-old-mans-cloth/
4.
การบูรณาการเทคโนโลยีและสื่อใหม่
งานทัศนศิลป์ร่วมสมัยขยายขอบเขตจากสื่อดั้งเดิมไปสู่สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ผลงานที่หลากหลายแสดงให้เห็นถึงการประนีประนอม การน้อมรับ และการปรับใช้อย่างชาญฉลาดของศิลปินและนักสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลงานในรูปแบบ Digital
Art, Interactive Art, Video Art, Virtual Reality, Artificial Intelligence เป็นต้น
ในกรณีนี้ มีตัวอย่างสำคัญ เช่น Refik Anadol ศิลปินสื่อใหม่ที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาเป็นวัสดุสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ โดยเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวและสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ชมสามารถสัมผัสและตีความข้อมูลในรูปแบบของประสบการณ์ทางศิลปะ
ผลงานของ Refik Anadol ชื่อ Unsupervised (2022) เป็นผลงานศิลปะสื่อใหม่ที่จัดแสดงถาวร ณ Museum of Modern Art โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลจากคอลเลกชันศิลปะของพิพิธภัณฑ์ที่สะสมมากว่า 200 ปี แล้วสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ ผลงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงการนำข้อมูล (Data) และ AI มาใช้เป็นวัสดุในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ทางสุนทรียะรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการผสานระหว่างประวัติศาสตร์ศิลปะ เทคโนโลยี และการประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์
5.
การวิพากษ์วิจารณ์สังคม
งานทัศนศิลป์ร่วมสมัยทำหน้าที่ตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจ ความเหลื่อมล้ำ สิทธิมนุษยชน สงคราม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสิ่งแวดล้อมของโลก เช่น ผลงานศิลปะจัดวางชื่อ A Subtlety, or the Marvelous Sugar Baby ของ Kara Walker ที่จัดแสดงในปี ค.ศ. 2014 ภายในโรงงานน้ำตาลเก่า Domino Sugar Refinery ในบรูคลิน นครนิวยอร์ก
ผลงานA Subtlety, or the Marvelous Sugar Baby ของ Kara Walker กลายเป็นหนึ่งในงานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของทศวรรษ โดยเชื่อมโยงประวัติศาสตร์การผลิตน้ำตาลกับประเด็นเรื่องทาส เชื้อชาติ แรงงาน และการมองร่างกายของสตรีผิวดำในสังคมอเมริกัน ประติมากรรมสฟิงซ์หญิงขนาดยักษ์เคลือบน้ำตาลสีขาว สูงประมาณ 35 ฟุต และยาวราว 75 ฟุต โดยมีใบหน้าและลักษณะบางส่วนที่อ้างอิงภาพเหมารวมของสตรีผิวดำในวัฒนธรรมอเมริกัน นอกจากนี้ยังมีรูปปั้น “ผู้รับใช้” อีกหลายชิ้นที่รายล้อมอยู่ในพื้นที่โรงงานร้างที่เคยเป็นสถานที่แปรรูปน้ำตาลจริง
ที่มา: https://www.instituteforpublicart.org/case-studies/a-subtlety/
สรุป
กระบวนทัศน์ในทัศนศิลป์ร่วมสมัยนี้เป็นข้อสัณนิษฐานของผู้เขียนที่สังเกตและวิเคราะห์ว่างานทัศนศิลป์ในปัจจุบันมุ่งเน้นการสร้างความหมายมากกว่าการสร้างสุนทรียภาพแต่เพียงอย่างเดียวเป็นสำคัญ ผลงานทัศนศิลป์ร่วมสมัยเปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผสานเทคโนโลยีและสื่อใหม่ และใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามและวิพากษ์สังคม ทำให้ศิลปะร่วมสมัยเป็นทั้งพื้นที่แห่งการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการสะท้อนปัญหาของโลกปัจจุบันด้วย





